หน้าหลักเนื้อหาที่เปิดสอน | ติดต่อจองชั้นเรียน | รับจัดทำเว็บไซต์ | บริการของทาง bbc | เว็บบอร์ด | ลงโฆษณา | วิธีการชำระเงิน | ติดต่อทีมงาน | แผนที่ร้าน | เกี่ยวกับเรา


  เธออาจไม่อยากอ่านเท่าไรแต่เราอยากให้อ่าน เพราะจะทำให้เธอทราบว่าเธอเหมาะกับงานแบบไหนจะได้ลงมือปฏิบัติได้ทันทีเลือกสักอย่างที่เธอถนัดและชอบ  ที่เหลือคือศึกษาเรียนรู้  ลงมือปฏิบัติ มุ่งมั่น อดทน เอาใจช่วยนะจ้า สู้สู้ ....แต่อยากให้รู้ไว้อย่างว่าการทำงานให้ประสบความสำเร็จได้นั้นเราไม่สามารถทำคนเดียวได้
คนแบบคุณ เหมาะกับงานแบบไหน
Marie Claire - คนบางคนใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิตกว่าจะค้นเจอว่างานแบบไหนที่ตนเองชอบและใช่  ก็เลยมีแบบสำรวจบุคลิกนิสัยใจคอมาให้ลองตรวจสอบดูว่าคนแบบคุณน่าจะเหมาะกับงานแบบไหน ...

  1. เป็นคนมีเหตุมีผล  เต็มไปด้วยหลักการชอบการประมวลเรื่องราวเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงให้ปรากฏ ลักษณะเหล่านี้เหมาะจะทำงานด้านการจัดการ บัญชี ช่างไฟฟ้า โปรแกรมเมอร์ รวมไปถึงงานทางด้านเทคนิค
  2. คนประเภทอ่อนไหว มีสัญชาตญาณในการดูแลปกป้อง ลองมองหางานประเภทเป็นที่ปรึกษา เป็นพยาบาล หรือสอนหนังสือ
  3. คนกระตือรือร้น ชอบพูดคุย มีความทะเยอทะยาน ชัดเจนเลยว่างานที่เกี่ยวข้องกับทีวี วิทยุ โฆษณา น่าจะเหมาะกับคุณ
  4. คนมองโลกในแง่ดี อยากรู้อยากเห็นเต็มไปด้วยพลัง น่าจะสนใจอาชีพที่ไม่ต้องอยู่นิ่งตลอดเวลา อย่างเช่น ไกด์หรือมัคคุเทศก์ หรือแม้แต่พนักงานขายที่ต้องเดินทางไปโน่นมานี่บ่อย ๆ
  5. ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนพิถีพิถัน ประณีตเรียบร้อย ชำนาญการวิเคราะห์ ชอบให้คำแนะนำแบบลงลึก อาชีพที่น่าจะเหมาะกับคุณคืองานด้านวิจัย สถิติ หรือสืบสวนสอบสวน
  6. คนประเภทเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ ไม่ชอบอยู่ใต้บังคับใคร แต่ขณะเดียวกันก็ชอบอยู่ในสังคมมากกว่าตามลำพัง น่าจะลองมองหาที่ว่างในตำแหน่งที่ได้แสดงพลัง อย่างเช่น ซีอีโอ บรรณาธิการ หรือแม้แต่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  7. คนช่างจินตนาการ เจ้าบทบาท มีความคิดลึกซึ้งในเชิงปรัชญา งานที่จะทำให้คุณสนใจได้ก็คือนักจิตวิทยา จิตแพทย์ นักแสดง และศิลปินทุกแขนงไม่ว่าจะเป็นศิลปะหรือดนตรี
  8. คนใจบุญสุนทาน ชอบสั่งสอน และชอบที่จะมองเห็นพัฒนาการหรือการเจริญเติบโต มักสนใจงานประเภทสังคมสงเคราะห์ นักบุญ ผู้พิพากษา
  9. คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีสายตาแหลมคมลึกซึ้ง มีเซ้นส์ หรือพรสวรรค์ในการแยกแยะความสวยงาม คงเหมาะที่สุดกับงานกราฟิก ถ่ายภาพ หรือถ้าเป็นเชฟก็จะสามารถปรุงอาหารรสเลิศได้อย่างไม่ต้องพยายามมาก * ศศิธร

องค์กรยั่งยืน ฉลุยผ่านวิกฤตเศรษฐกิจ
Post Today - ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในประเทศไทย รวมไปถึงสถานการณ์ความร้อนแรงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงไปของโลกที่มีความผันผวนและไม่แน่นอน ดังนั้นองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับกลยุทธ์ รวมทั้งแนวทางในการดำเนินธุรกิจให้สามารถอยู่รอดในภาวการณ์เช่นนี้ องค์กรส่วนใหญ่เริ่มเล็งเห็นความสำคัญของการปรับตัวและปรับเปลี่ยนแผนงาน รวมไปถึงการคำนวณแนวโน้มของความเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อให้สามารถกำหนดทิศทาง รวมทั้งนโยบายเชิงสร้างสรรค์ในการนำพาให้องค์กรแข็งแกร่ง และสามารถดำเนินธุรกิจ...
บริษัท เอพีเอ็ม กรุ๊ป จัดสัมมนาในเรื่องการพัฒนาเพื่อให้องค์กรยั่งยืน ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต How To ฉบับนี้เก็บหลักการมาฝากเพื่อองค์กรของทุกท่าน...

สาเหตุสำคัญทำให้องค์กรไม่ยั่งยืน
ลองสำรวจดูว่าองค์กรของคุณมีข้อใดในหัวข้อที่จะกล่าวต่อไปนี้ นั่นอาจจะเป็นลางร้ายหากไม่รีบปรับตัว โดยมี กรินทร์ โปสาภิวัฒน์ ที่ปรึกษาอาวุโส กลุ่มบริษัท เอพีเอ็ม เป็นผู้ย้อนภาพให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นเพราะเหตุใด ในช่วงปี 2540 บริษัทหลายแห่งจึงไม่สามารถนำพาบริษัทฝ่าคลื่นลมพายุจากมรสุมเศรษฐกิจไปได้ จนทำให้บริษัทจำนวนมากต้องปิดกิจการลงไป
องค์กรที่เจริญแล้ว แต่หลงกับความยิ่งใหญ่ของตัวเองจนนำมาซึ่งความประมาท ถือว่าเป็นจุดอ่อนในการมองข้ามคู่แข่งรองๆ ลงไปที่เข้ามาแย่งส่วนตลาดลงไปทีละเล็กทีละน้อย มัวแต่ไปมองคู่แข่งรายใหญ่ๆ เท่านั้น จนพลาดโอกาสให้บริษัทรองลงไปแย่งตลาดไปได้ นั่นเป็นเพราะมั่นใจในตัวเองมากเกินไป เรียกว่าไม่ศึกษาภัยคุกคามกับคู่แข่งทั้งตลาดบนและตลาดล่างให้ทั่วถึง
ปัญหาในการจัดการด้านนวัตกรรม จนทำให้คู่แข่งที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการแย่งลูกค้าไปเรื่อยๆ ให้งบประมาณในการวิจัยและพัฒนาน้อยลงกว่าปีที่ผ่านๆ มา ทั้งยังไม่สามารถเชื่อมโยงนวัตกรรมให้สอดคล้องกับตลาดภายนอกได้
องค์กรนั้นทิ้งธุรกิจหลักเพื่อไปขยายงานกับธุรกิจอื่นเร็วเกินไป โดยอัตราลงทุนในธุรกิจหลักต่ำกว่าธุรกิจรอง ไม่ค่อยหาโมเดลใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ รวมทั้งไม่ได้ทบทวนข้อมูลกับตลาดหลักของตนเองเลย แถมยังคิดว่าการเติบโตมาจากธุรกิจอื่นๆ มากกว่าธุรกิจหลัก
ขาดแคลนผู้บริหารและพนักงานที่มี ความสามารถในเชิงกลยุทธ์ มีโครงสร้างเป็นอุปสรรคในการแข่งขันกับคนอื่น และถึงขั้นพนักงานระดับหัวหน้าลาออกไปเกือบหมดภายใน 1 ปี หรือมักจะเลือกโปรโมตคนในองค์กรก่อน โดยไม่ดูความสามารถว่าถึงจริงหรือไม่ จึงพลาดที่จะพิจารณาคนนอกที่มีความสามารถแน่ชัดกว่าและสามารถแข่งขันกับตลาดภายนอก ได้อย่างแท้จริง เพราะเลือดเก่าที่เก่งเฉพาะในองค์กรจะขาดทักษะภายนอก เพราะมองที่ศักยภาพในปัจจุบันมากกว่าศักยภาพในอนาคต รวมทั้งพนักงานกว่า 60% เป็นคนเก่าที่อยู่มาเกิน 20 ปี จนทำงานแบบเรื่อยเปื่อย ไม่มีสีสัน ขาดเลือดใหม่มาร่วมพัฒนา ทำให้ขาดความหลากหลาย

แนวทางเปลี่ยนมุมมอง วิธีคิด และลงมือปฏิบัติ
ในส่วนที่สอง นำเสนอประสบการณ์ตรงโดย ธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มพาณิชย์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น ซึ่งได้บอกเล่าวิกฤตในการทำงานของดีแทค ที่เกือบจะล้มเหลวมาถึง 3 ครั้งด้วยกัน ซึ่งจากการย้อนภาพในส่วนที่สาเหตุของความผิดพลาดของดีแทคนั้นก็คือผู้บริหารและพนักงานระดับซีเนียร์ลาออกเกือบหมด อีกข้อก็คือ 99% ของพนักงานเป็นคนเก่าหมดเลย
“นี่เป็นเหตุผลในการที่ตัวผมเองได้ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารเร็วกว่าที่คิด เพราะผู้บริหารรุ่นพี่ลาออกไปเกือบหมด เมื่อวิกฤตครั้งแรก 5 ปีที่ผ่านมา แต่เมื่อได้ขึ้นมาแล้วผมก็ต้องพิสูจน์ตัวเองและทำงานอย่างทุ่มเทเพื่อให้บริษัทแข็งแรงไม่เจอพิษเศรษฐกิจและล้มเหลวอีก”
ธนาเล่าว่าที่จริงแล้วเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา องค์กรของดีแทคก็ไม่มีปัญหาอะไรเท่าไหร่ คือไม่ดีไม่ร้าย แต่บังเอิญว่ามีคู่แข่งรายใหม่ๆ เข้ามาทั้งออเร้นจ์ ทรู ฮัท ขณะเดียว เอไอเอส ก็แข็งแรงมากทุนหนาเจ้าของเป็นนักการเมืองดัง มุมกิจกรรมไม่อั้น ทำให้ผลประกอบการของดีแทคตกลงไปจากส่วนแบ่ง 30% ในตลาดเหลือเพียง 10% และเริ่มขาดทุน ทำให้บริษัทเริ่มขาดทุน ที่สำคัญเราไม่มีเงินทุนใหม่เข้ามาแถมปาฏิหาริย์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นกับเรา
ดังนั้นเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับความจริงว่าสถานการณ์ของเรากำลังตกเป็นมวยรอง แน่นอนว่าเราต้องเหนื่อยมากกว่าคู่แข่งหลายเท่าเพื่อกอบกู้บริษัทให้อยู่รอดและสร้างจุดแข็งใหม่ขึ้นมาให้ได้ โดยทุกคนในองค์กรต้องร่วมมือกันในทุกระดับชั้น โดยมีผู้บริหารใหญ่ชาวต่างประเทศลงมาลุยด้วยตนเอง โดยเริ่มจาก

เปลี่ยนทัศนคติ ของคนในองค์กรใหม่ทั้งหมดว่าเรากำลังแย่และต้องร่วมมือร่วมใจในการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ เพื่อให้บริษัทดีขึ้น ดังนั้นทุกคนต้องเหนื่อยมากว่าเดินแน่นอน พร้อมจะร่วมมือร่วมใจกันหรือไม่เพื่อผลประโยชน์ของทุกคนในระยะยาว หลายอย่างในชีวิตการทำงานของคุณ คุณต้องเปลี่ยนแปลงไปคุณพร้อม ลดความหยิ่งทะนงในตัวเองลงบ้าง แน่นอนการเปลี่ยนแปลงย่อมต้องนำมาซึ่งความเจ็บปวดบ้างเสมอ ถ้าได้ลองทำความคิดจะเปลี่ยนง่ายขึ้นไปอีก
ยอมรับความเปลี่ยนแปลง มองโลกในความเป็นจริง เมื่อเปลี่ยนทัศนคติได้แล้วก็ต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ธนายกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนว่าลองเปรียบเทียบระหว่างพระกับโจรว่ามีอะไรที่เหมือนและมีอะไรที่แตกต่าง แต่ทำไมโจรจึงคิดจะแหกคุกตลอดเวลา “พระต้องปลงผม อยู่ได้เฉพาะที่วัดและที่อื่นๆ อีกไม่กี่แห่ง ฉันอาหารแค่ 2 มื้อ มีกฎระเบียบถึง 227 ข้อ แต่เป็นเพราะว่าพระยอมรับความจริง ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตว่า ถ้ามาอยู่ในเพศบรรพชิตจะต้องมีกฎระเบียบเคร่งครัดเพียงใด เมื่อยอมรับได้ก็ไม่ค่อยมีปัญหามาก ขณะที่โจรได้กินข้าว 3 มื้อ มีกฎระเบียบไม่ถึง 30 ข้อ แต่ทำไมโจรจึงคิดจะแหกคุกอยู่ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส นั่นเป็นเพราะโจรไม่ยอมรับความเป็นจริงในกฎระเบียบไม่ได้
สร้างจุดแข็งใหม่ๆ เรียกว่าคิดให้แตกต่างในเมื่อเราเป็นมวยรองเรื่องกำลังเงินแล้วสู้ไม่ได้แน่ๆ จะทุ่มเทในการโปรโมตให้ทั่วถึงย่อมลำบาก ธนาเล่าถึงเรื่องราวที่เขาพยายามจะขยายตลาดไปสู่ต่างจังหวัดให้มากขึ้น แต่ขาดงบประมาณ “เวลาที่จะขยายตลาดไปสู่ต่างจังหวัดที่เคยทำกันมาคือ เปิดคอนเสิร์ตโดยหาศิลปินดังๆ มาเป็นแม่เหล็ก ซึ่งการจัดคอนเสิร์ตแบบนี้งบประมาณแต่ละครั้งไม่น้อยกว่า 23 ล้านบาท แค่ 10 จังหวัด ก็เกือบ 30 ล้านบาท ในภาวะที่ไม่มีเงิน แต่ตลาดก็ต้องขยาย เราจะทำอย่างไร “ผมจัดฉายหนังกลางแปลงโดยดึงหนังดังๆ ที่ทุกคนชอบดูได้ทั้งครอบครัว เช่น หนังตลก หนังผี ทำแบบหนังขายยาสมัยก่อน ใช้งบ ประมาณต่อครั้งไม่เกิน 5 หมื่นบาท ปรากฏว่าได้ผลดีเกินคาด ผมจะเบรกแทรกสินค้าเข้าไปตอนไหนก็ได้ ผิดกับคอนเสิร์ตค่ายยักษ์ทุกอย่างเขามีสคริปต์เป๊ะๆ มีโลโก้ขึ้นให้เท่านั้น จะไปขอแทรกพูดโน่นนี่ซุ่มสี่ซุ่มห้าไม่ได้ ขณะที่เราทำได้ทุกอย่างกับหนังกลางแปลง ซึ่งได้ผลเท่ากัน แต่งบประมาณคนละเรื่อง และได้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคได้อย่างแนบแน่นกว่า ผมจัดเกือบทั่วประเทศใช้งบประมาณไม่ถึง 3 ล้านบาท” นั่นเป็นตัวอย่างที่ธนาบอกว่าต้องขยันคิดและกล้าทำ คิดให้สุดโต่งไปเลย บางครั้งลูกบ้าก็ช่วยเราได้เหมือนกัน คิดแบบคนถอยไม่ได้อีกแล้ว
 ลงพื้นที่แบบเข้าถึง เมื่อบริษัทมีปัญหาจะใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการตลาดหรือประชาสัมพันธ์ใดๆ ไม่ต้องคิด เพราะงบแทบไม่เหลือ แทนที่จะอัดโฆษณาเป็นล้านๆ เราก็ใช้ตัวแทนการขายของเราลงพื้นที่ สร้างจุดขายใหม่ๆ กับกลุ่มแท็กซี่ แม่ค้า คนชั้นกลาง จากการลงพื้นที่ใหม่ๆ ก็ทำให้เราพบว่าที่คาดว่ากลุ่มลูกค้าหลักเราเป็นวัยรุ่นวัยทำงานนั้นความเป็นจริงแล้วชาวบ้าน แม่ค้า แท็กซี่ ก็มีมากทีเดียว ทำอย่างไรจะเข้าถึงที่ดีไปกว่าการเข้าไปเยี่ยมเยือนถึงตัว ซึ่งทำให้สร้างความประทับใจและจดจำได้ดีกว่า เพราะเขาจะติ ชม บอกเล่าปัญหากับเราได้อย่างตรงไปตรงมา ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่พนักงานดีแทคและผู้บริหารลงพื้นที่เยอะมาก และได้ข้อมูลใหม่ๆ มาปรับปรุงแก้ไขบริการให้ดีขึ้น
หากลยุทธ์ใหม่ๆ ด้วยอานิสงส์ของการลงพื้นที่ ทำให้พบว่านักศึกษาที่ต้องไปอยู่หัวหรือต่างจังหวัดเขาต้องการอะไรมากที่สุด สิ่งที่ได้คำตอบมาคือ โปรโมชันให้ยืมก่อนจ่ายทีหลังใจดีให้ยืม ซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นโปรโมชันที่ได้รับความนิยมและสร้างรายได้ให้กับบริษัทมากขนาดนี้ “ทำให้เรารู้ว่าคนไทยยืมเงินเก่งมาก แต่ขณะเดียวกันก็ซื่อสัตย์คือยืมแล้วคืน โดยดีแทคคิดค่าธรรมเนียมต่อครั้งเพียง 2 บาท แต่เรามีรายรับเพิ่มขึ้นจากโปรโมชันนี้แบบคาดไม่ถึง”
จากการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อความอยู่รอดดังกล่าว สามารถทำให้กู้วิกฤตในครั้งนั้นมาได้จากยอดขายที่ตกวูบ กลายเป็นยอดที่หายไปกลับเข้ามากว่า 80% ของยอดที่เคยหายไป

เลิกภูมิใจกับความสำเร็จเมื่อวันวาน เพราะจะทำให้ตั้งอยู่บนความประมาท เพราะความมั่นใจมาก ภูมิใจมากกับสิ่งที่ผ่านมา แล้วจะทำให้เราคิดว่าเราจะเป็นอมตะตลอดไป นั่นจะทำให้พลาดได้ง่าย โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนทุกอย่างเกิดขึ้นได้ภายในพริบตาถ้าคุณประมาท ผู้บริหารต้องปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงภายนอกองค์กร คิดเสมอว่าจะทำอย่างไรให้วันนี้ดีกว่าเมื่อวาน ดีแล้วก็ต้องดีกว่าอีกนิดไปเรื่อยๆ
กระตุ้นความอยาก ความอยากในที่นี้ก็คืออยากที่จะชนะ อยากที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า สร้างทักษะและมุมมองใหม่ๆ ในการช่วยกระตุ้น โดยเฉพาะในส่วนของผู้นำนั้นที่ดีคือกระตุ้นให้ลองทำ ไม่ใช่บังคับให้ลูกน้องอยากทำ เพราะถ้าไม่อยากทำเราก็จบ บริษัทไปไม่รอด เพราะองค์กรไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตนเอง ผู้นำต้องเริ่มกระตุ้นเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้น
ต้องมีความหวังและศรัทธา ถ้ามนุษย์ทำอะไรด้วยความหวังความเชื่อที่ว่าเราจะไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เราจะประสบความสำเร็จ มันจะมีพลังขับเคลื่อนมากเป็นพิเศษ ลองนึกภาพสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์โลกหลายแห่งอย่างพีระมิดที่อียิปต์ แรงงานคนขนหินก้อนใหญ่หนักเป็นตันๆ มาได้อย่างไรโดยที่ไม่มีเครื่องมือที่ทันสมัยคอยช่วย หรือแม้แต่ การสร้างกำแพงเมืองจีน นั่นเป็นเพราะคำว่าความหวังและศรัทธาตัวเดียวที่เป็นตัวขับเคลื่อนพลังอันยิ่งใหญ่แห่งความสำเร็จนั่นเอง ที่สุดแล้วองค์กรก็เหมือน มนุษย์เราทุกคน ก็คือมี เกิด แก่ เจ็บ ตาย และเมื่อองค์กรเติบโตขึ้นย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงจากความเรียบง่ายไปสู่ความสลับ ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น 




Bright Business Center ไบร้ทศูนย์อบรมคอมพิวเตอร์และธุรกิจ 77 หมู่ 7 ถ. คลองแห - คูเต่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 โทร/แฟ็กซ์ 074-305-363
มือถือ 085-897-9911 Email: nisa@brightbbc.com